เรื่องสั้น…รักพลิกล็อค / รินษรา  บทที่…1


บทที่…1

ติวเตอร์หนุ่มรู้สึกประหลาดใจกับผลการเรียนจากผู้ปกครองที่ถูกยื่นมาข้างหน้านั่นไม่น้อย จนอดที่จะเลิกคิ้วสูงด้วยความประหลาดใจไม่ได้…

 เพราะดูเหมือนทุกรายวิชา เด็กสาวแทบจะเรียกว่าทำได้ดีไปเสียหมด ก็แล้วแบบนี้ จะส่งมาเรียนกับเขาที่สถาบันติวเตอร์นี่ทำไมกันนะ

“ขอโทษนะครับ ผมเข้าใจผิดอะไรไปรึเปล่า ผลการเรียนระดับน้องนี่ เกียรตินิยมอันดับต้นๆ เลยนะครับ”

“ก็ใช่น่ะสิคะ ฉันถึงอยากให้คุณช่วยดู”

“ช่วยดู เอ้อ ผมก็เห็นประจักษ์แก่สายตาตัวเองแล้วล่ะครับถ้าอย่างนั้น ”

“แบบนี้ ก็แสดงว่า คุณตกลงรับยายหนู เอ้อ  เข้ามาร่วมงานด้วยแล้วใช่มั้ยคะ แล้วจะให้มาเริ่มงานได้เมื่อไหร่ละคะ”

“เดี๋ยวๆ คุณน้าฮะ ตกลงทีพูดมาทั้งหมดนี่คือ คุณน้าจะมาสมัครงานให้ลูกสาว อย่างนั้นเหรอครับ”

“อ้าว ก็ใช่สิคะ ลูกสาวฉัน หนูแววเดือนเนี่ย เรียนจบได้เกียรตินิยมมาหมาดๆ ค่ะ ฉันเลยคิดเอาเองว่า เธอน่าจะเหมาะกับงานติวเตอร์ และได้ร่วมงานกับติวเตอร์เก่งๆ อย่างคุณน่ะ”

“คิดเอาเอง คุณน้าครับ แต่ผมยังไม่ได้เห็นหน้าค่าตาอะไรของลูกสาวคุณน้าเลยนะ อีกอย่าง การที่เราจะรับสมัครพนักงานเข้ามาทำงานสักคน เราก็ต้องได้รู้จัก ได้พูดคุยกันก่อน นี่ยิ่งกว่าไม่ได้พูดคุย เห็นหน้ายังไม่เคยเลย ผมว่า…”

“อย่าปฏิเสธฉันเลยนะคะ ฉันไม่อยากให้ลูกเที่ยวเดินหางานในภาวะที่เศรษฐกิจมันไม่ดีขนาดนี้ อีกอย่างหนึ่ง ฉันอยากทำอะไรเพื่อลูกบ้าง นะคะคุณ คุณดูท่าทางเป็นคนใจดี คงไม่ใจร้ายกับคนแก่หรอกใช่มั้ยคะ”

หลังประโยคนั้น คนเป็นแม่แทบจะน้ำตาเอ่อคลอขึ้นมา ให้ติวเตอร์หนุ่มอย่างชานนท์แทบจะลอบถอนใจหนักออกมา

“เอาอย่างนี้แล้วกันครับ ผมขอให้ลูกสาวคุณน้ามาทดลองงานกับผมก่อน อย่างนั้นได้มั้ย ผมเข้าใจคุณน้าทุกอย่างนะครับ แต่ก็อยากให้คุณน้าเข้าใจผมด้วย”

“เอ้อค่ะๆ แค่คุณยอมรับคำขอของฉัน ฉันก็ขอบคุณมากแล้ว ถ้าอย่างนั้น พรุ่งนี้ ฉันจะให้ลูกแวว รีบมาพบคุณเลยนะคะ”

“ครับ ได้ครับ ขอบคุณครับ สวัสดีครับ”

เป็นสเต็ปจริงๆ หลังจากพูดคุยสนทนากันเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ที่ทำให้เขาลอบถอนใจอีกครั้ง พร้อมกับกระพุ่มมือไหว้ผู้สูงวัยกว่านั่น   ตั้งแต่เขาเปิดสถาบันกวดวิชามา   เจอเรื่องราวต่างๆ มามากมาย แต่เครสนี้แหละที่เขาไม่เคยเจอ แถมยังบอกไม่ถูกด้วยว่า เขาควรจะงุนงงประหลาดใจ หรือมองให้เป็นเรื่องตลกร้ายกันดีแน่ แต่ก็นั่นแหละนะ ทำอย่างไรได้ ในเมื่อเขารับปากไปแล้ว นั่นย่อมหมายความว่า เขาเปลี่ยนแปลงอะไรใดๆ ไม่ได้แล้วจริงๆ

…………………

“อะไรนะคะ พี่นนท์ รับติวเตอร์ใหม่ แถมเป็นผู้หญิงอีกต่างหาก นี่รสฝันไปรึเปล่า ปกติพี่นนท์ปฏิเสธพนักงานผู้หญิงจะตาย เพราะกลัว เอ้อ..คุณฝ้าย มาแหกอกเอา”

สุ้มเสียงแหลมปรี๊ดของน้องสาว นอกจากบาดหูแล้ว ยังบาดหัวใจของชายหนุ่มอีกต่างหากด้วยสิ

“แหกอกแหกตาอะไรกันล่ะยายเนย ไม่ต้องมาข่มขวัญพี่เลย”

“เนยก็ไม่ได้ข่มขวัญพี่นนท์ซะหน่อย ก็แค่เตือนสติ คิดผิดยังคิดใหม่ได้นะคะ”

“ไม่ได้หรอก อย่าว่าแต่คิด ทำอะไรก็ไม่ทันแล้ว เพราะพี่รับปากแม่ของยายแววเดือนอะไรนั่นไปแล้ว”

“แววเดือน ชื่อเพราะซะด้วยสิ แหมๆ แต่คราวนี้ จะเอาพี่ฝ้ายไปวางไว้ตรงไหนดี ปกติ ก็แทบจะเช้าถึงเย็นถึง ดูแลเรื่องการเงินการบัญชีให้พี่นนท์เสร็จสรรพ เชื่อหัวเนยได้เลยนะ รับรองว่า คราวนี้ คุณฝ้ายต้องมานั่งเฝ้าพี่นนท์เป็นวันๆ แน่ เว้นแต่…”

“เว้นแต่อะไร”

“เว้นแต่คุณแววเดือนแววดาวอะไรนั้นจะหาความสวยไม่เจอ  หรือตัวดำมิดมี๋ ก็แค่นั้นเองค่ะ แต่ยังไงก็ตาม เนยก็ขอให้พี่นนท์ มีความสุขกับการต้อนรับพนักงานใหม่ในวันพรุ่งนี้แล้วกันนะคะ”

ดูเอาเถอะ..ดูน้องสาวตัวแสบของเขาอวยชัยให้พรเข้า

เฮ้อ พูดจบ ยังแทบหาตัวไม่เจอ เพราะก้าวเดินหนีไปหน้าตาเฉย ทิ้งให้ชายหนุ่มแทบจะทิ้งตัวลงนอนบนโซฟาตัวยาว เอามือก่ายหน้าผากด้วยความว้าวุ่นกังวลเสียให้ได้

นี่ถ้าหลับไปเลยก็ดี เขาแทบไม่อยากให้ถึงวันพรุ่งนี้เลยทีเดียว !

………………..

“แม่ว่า แม่ไปไหนมานะคะ”

“แม่ก็ว่า แม่ไปสมัครงานให้หนูมาไว้แวว หนูฟังไม่ผิดหรอก”

“สมัครงานให้แวว แม่คะ..นี่ไม่ใช่เรื่องสนุก”

“แม่ก็ไม่ได้ว่าเป็นเรื่องสนุกซะหน่อยนี่ลูก มันเป็นเรื่องสำคัญต่ออนาคตของลูกเชียวนะ และมันก็ทำให้แม่รู้สึกภูมิใจมากที่ทำสำเร็จ พรุ่งนี้เช้า หนูไปเริ่มงานได้เลยนะจ๊ะ ที่นี่..”

ที่นี่ที่แม่ว่า เป็นนามบัตรของสถาบันกวดวิชาแห่งหนึ่งใกล้ๆ บ้านที่แทบทำให้หญิงสาวอ้าปากค้าง เพราะคาดไม่ถึงว่าแม่จะหาญกล้าขนาดนั้น

“แต่แม่คะ แววไม่ได้อยากเป็นครู”

“อยากหรือไม่อยาก อะไรที่ทำไปก่อนได้ ก็ทำไปก่อนดีมั้ยลูก ขืนหนูมารองานบริษัทของเพื่อนหนุ่มอย่าง จอร์ท แม่ก็ว่าไม่ไหวนะ ไม่รู้จะได้ทำงานเมื่อไหร่ พอดีลืมวิชากันพอดี”

“แต่จอร์ทเขารับปากแววไปแล้ว เขาก็คงพยายามอยู่”

“พยายามอยู่แค่ปากรึเปล่าล่ะ แม่เห็นหนูพูดอย่างนี้นานแล้วนะ อีกอย่าง อย่าหาว่าแม่สอนเลยนะ กับจอร์ทน่ะ นอกจากความเป็นเพื่อน เขาเป็นถึงระดับผู้บริหาร ที่จะก้าวขึ้นไปรับตำแหน่งต่างๆ แทนพ่อกับแม่เขาในอนาคต พูดง่ายๆ  เขาเหนือกว่าเราทุกอย่าง ลูกจะยึดเอาแค่เรื่องความรักมาเป็นเดิมพันชีวิต แม่ว่า…ลูกก็มองข้ามเรื่องฐานะและความเป็นจริงของชีวิตมากเกินไป ลองคิดดูให้ดีนะแวว สู้ลูกยืนด้วยลำแข้งของตัวเองให้ได้ก่อน ให้เขารู้ว่าเราก็ขวนขวาย ไม่ได้เฝ้ารอเขาอยู่ทางเดียว แม่ว่า ถึงเวลานั้น ถ้าความรักของลูกยังมั่นคงอยู่ มันก็เป็นบทพิสูจน์ความรักที่ดีได้นะ”

แม่ให้ข้อสรุปอันยืดยาวนั้นกับบุตรสาว ก่อนที่แววเดือนจะนิ่งเงียบไป ไม่ได้โกรธแม่สักนิด หากเธอยังคิดและตัดสินใจอะไรบางอย่างไม่เด็ดขาดเท่าแม่ของเธอเท่านั้น

 “ค่อยๆ คิดนะแวว  หนูยังมีเวลาถึงพรุ่งนี้เช้า แต่ถ้าคิดดูให้ดี หนูจะรู้ว่าแม่หวังดีกับลูกเสมอ”

แม่ก้าวเดินลับหายออกไปนอกบ้าน ทิ้งให้หญิงสาวนั่งอยู่หน้าโน้ตบุ๊คตรงหน้า ก่อนจะได้ยินเสียงเปิดน้ำรดต้นไม้ดังมาราวกับฝนตก มันก็ถูกของแม่อยู่หรอก แม่เหนื่อยมามากแล้ว กว่าจะส่งเธอจนเรียนจบ

ก็แล้วทำไม เธอถึงได้แต่เฝ้ารออะไรบางอย่างที่เลื่อนลอยอย่างนั้น แทนที่จะคิดทำอะไรเพื่อแม่บ้างนะ !


ตอน ที่่ 2 ตอน ที่่ 3 ตอน ที่่ 4