กินลมชมวิวที่สถานตากอากาศบางปู

หนึ่งวันในบางปู ในวันที่อากาศแสนดี อุณหภูมิแม้ลดต่ำก็ไม่ถึงขนาดหนาวเหน็บ ในช่วงฤดูหนาวแบบนี้ ว่ากันว่าฝูงนกนางนวลที่อพยพมาบางปูค่อนข้างมาก และงดงามที่สุดเมื่อตัดกับขอบฟ้าและทะเลปากอ่าวอันสวยงาม

หากเอ่ยถึงบางปู น้อยคนที่จะไม่รู้จักสถานที่แห่งนี้ เพราะนับเป็นสถานที่ท่องเที่ยวในแบบพักผ่อนตากอากาศ ที่มีชื่อเสียงแห่งหนึ่งของสมุทรปราการ  อีกทั้งยังเป็นสถานที่ท่องเที่ยวและพักผ่อนที่ได้รับความนิยมอย่างมากด้วยล่ะ ว่ากันว่าสถานที่แห่งนี้ถือกำเนิดขึ้นมากว่า 40-50 ปีมาแล้ว ในสมัยจอมพลป. พิบูลสงคราม ในปี 2480 บนเนื้อที่ 639 ไร่ ซึ่งต่อมาได้มีการสร้างสะพาน “สุขตา” ขึ้น จนกลายเป็นสัญลักษณ์ที่สำคัญของสถานพักผ่อนตากอากาศแห่งนี้ ตั้งแต่นั้นมา หลังจากนั้นไม่นานยังได้พัฒนาก่อสร้างมาเรื่อยๆ จนถึงอาคาร “ศาลาสุขใจ” ที่ปลายสะพาน มีร้านจำหน่ายอาหารและของฝากของที่ระลึกมากมายของสถานตากอากาศบางปูแห่งนี้

ในส่วนของการเดินทาง ก็เป็นไปแบบง่ายๆ สะดวก ไม่ซับซ้อน ทำให้เราสามารถไปท่องเที่ยวในบางปูได้ในทุกเวลาที่เราว่างพอ ทั้งรถส่วนตัวหรือรถสาธารณะที่พร้อมบริการมากมายหลายสายด้วยกัน และการเดินทางของเรา เริ่มต้นช่วงบ่ายๆ วันหนึ่ง นับเป็นการเดินทางด้วยรอยยิ้ม และยิ่งยิ้มกว้างเมื่อพบมวลหมู่นกนางนวลที่อพยพหนีหนาวจากไซบีเรียมาในช่วงต้นฤดูหนาว ระหว่างเดือน พ.ย.-ม.ค. ของทุกปี ที่มีจำนวนไม่ต่ำกว่า 5,000 ตัว ในแต่ละปี แบบนี้ยิ่งถ่ายภาพกันเพลิดเพลินไป โดยเราเลือกเดินทางไปในช่วงบ่ายแก่ๆ หน่อย เพื่อจะได้รอชมพระอาทิตย์ตกด้วยในคราวเดียวกัน

           ในการเดินทางครั้งนี้ จะเห็นว่าด้วยความที่สถานตากอากาศบางปูแห่งนี้เป็นแบบพักผ่อนตากอากาศติดชายทะเล  ที่มีชื่อเสียงมาตั้งแต่ในอดีตจนถึงในปัจจุบัน จึงทำให้เราได้เห็นภาพของนักท่องเที่ยวทุกเพศทุกวัย และทุกช่วงอายุ ตั้งแต่รุ่นเด็กจนถึงผู้สูงวัยกันเลยทีเดียว และหลายคนก็เฝ้ารอเวลาในการจับภาพพระอาทิตย์ตกดินที่บางปูกันไปด้วยอย่างใจจดใจจ่อ ระหว่างรอเวลา เราทุกคนไม่ได้รู้สึกเบื่อหรือรอคอยอย่างยาวนานเกินไป เพราะภายใน “สถานตากอากาศบางปู” นั้น จะมีจุดท่องเที่ยวที่สำคัญๆ มากมาย

  ให้ได้เดินเที่ยวเล่น เข้าชมกันอย่างเพลิดเพลิน ไม่ว่าจะเป็น “สะพานสุขใจ” อันเป็นสัญลักษณ์ประจำของที่นี่ ที่ซึ่งจะมีนักท่องเที่ยวมายืนชมวิว ชมนกนางนวล ชมทะเลในยามเย็น หรือแม้แต่ “ศาลาสุขใจ” ซึ่งต้องบอกเลยว่าที่นี่มีแต่ของอร่อย เพราะภายในอาคารจะมีบริการร้านอาหารแทบทุกประเภทไว้รองรับนักท่องเที่ยว อีกทั้งเป็นจุดรวมตัวของผู้สูงอายุ ที่จะมาร่วมทำกิจกรรมลีลาศในยามเย็นของทุกวันเสาร์ อีกด้วย

ส่วนโปรแกรมท่องเที่ยวในหนึ่งวันแบบง่ายๆ หากเรามากันแต่เช้า พวกเรามักเลือกที่จะเดินไปชมบรรยากาศของพื้นที่ป่าชายเลนที่อุดมสมบูรณ์กันก่อน พอช่วงสายๆ หน่อยจนถึงช่วงเย็น เราก็จะมีนัดกับบรรดาฝูง “นกนางนวล” ที่ผลัดถิ่นอพยพหนีหนาวมาจากแดนไกล ซึ่งบอกเลยว่ามีจำนวนมากกว่า 5,000 ตัว แถมด้วยนกอีกหลายสายพันธุ์กว่า 200 ชนิด เรียกว่าเที่ยวหนึ่งวันนี้คุ้มจริงๆ เลยนะ

เอาล่ะ มาถึงจุดไฮไลท์ของการท่องเที่ยวทริปหนึ่งวันที่บางปูกัน ในเวลาสี่โมงเย็นเป็นต้นไป ใครมีกล้องมีเลนส์เทพๆ ก็จะรวมตัวกันเพื่อตั้งกล้องเก็บภาพพระอาทิตย์ตกสวยๆ ให้สมกับการรอคอยกันล่ะเพราะในช่วงเวลานั้นแดดจะไม่ร้อนมากจนเกินไป แสงเริ่มอ่อนลง ซึ่งเราจะได้ชมบรรยากาศของพระอาทิตย์ตกและแสงทไวไลท์หลากสีอีกด้วย ซึ่งการถ่ายภาพตรงนี้ ต้องบอกเลยว่า shot การถ่ายภาพสวยๆ

ไม่ได้มีแค่เวลาที่เรายื่นมือไปให้อาหารนกเท่านั้น แต่การเฝ้ารอจังหวะให้นกบินมาโฉบอาหารในมือเรา อาจจะยากกว่าหน่อย ส่วนการถ่ายภาพพระอาทิตย์ตกนั้น เราสามารถรัวชัตเตอร์กันได้ตามใจชอบ เพื่อเก็บภาพประทับใจเอาไว้เป็นความทรงจำที่ได้มาท่องเที่ยวในสถานตากอากาศบางปูแห่งนี้ ชัดไม่ชัด เทพไม่เทพ ค่อยไปเลือกคัดสรรกันในภายหลังเลยนะ

และนี่คือที่มา ที่ทำให้เราเลือกเก็บภาพสวยๆ ในบรรยากาศทริปเบาๆ ที่บางปู มาฝากเพื่อนๆ กันด้วย และขอแนะนำเพื่อนๆ ที่สนใจ แวะเวียนไปเที่ยวชม “สถานตากอากาศบาง